Monthly Archives: กรกฎาคม 2017

ฮันนี่โทสต์ด้วยหม้ออบลมร้อน

ส่วนผสม

◆ ขนมปังก้อน
◆ เนยสด
◆ น้ำผึ้ง
◆ ไอศกรีมรสชาติตามชอบ
◆ น้ำตาลไอซิ่ง (โรยหน้า)

วิธีทำฮันนี่โทสต์ด้วยหม้ออบลมร้อน

1. แล่ขนมปังให้เป็นก้อนสี่เหลี่ยมหนาประมาณ 1/3 นิ้ว จากนั้นหั่นให้เป็นตารางหมากรุก (3×3 แถว)
2. นำเนยสดใส่ลงไปตามช่องของขนมปังแล้วนำไปอบในหม้ออบลมร้อน ประมาณ 10 นาที จนขนมปังกรอบ
3. นำออกจากหม้ออบลมร้อนแล้วราดน้ำผึ้งลงไปตามชอบ ตักไอศกรีมวางลงไปด้านบนขนมปัง โรยน้ำตาลไอซิ่ง

ฮันนี่โทสต์สูตรใช้กระทะ

ส่วนผสม ฮันนี่โทสต์สูตรใช้กระทะ

◆ ขนมปังแผ่นหนา
◆ เนยสด
◆ น้ำผึ้ง หรือซอสคาราเมล
◆ กล้วยหอม
◆ ไอศกรีม

วิธีทำฮันนี่โทสต์สูตรใช้กระทะ

1. ตัดแต่งขอบขนมปังให้เป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสแล้วหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า
2. นำกระทะขึ้นตั้งไฟอ่อน รอจนร้อน ใส่เนยสดลงไปในกระทะ รอจนเนยละลายแล้ววางขนมปังลงไป ทอดจนขนมปังเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลกรอบ และหอมเนย ทั้ง 2 ด้าน ตักขึ้นใส่จาน
3. ราดน้ำผึ้งในแต่ละชั้นให้ชุ่ม นำมาวางเรียงซ้อนกันเป็นชั้น แต่งหน้าด้วยกล้วยหอมสไลซ์เป็นแว่น ๆ วางเรียงลงบนขนมปังให้สวยงาม ตามด้วยไอศกรีม พร้อมเสิร์ฟ

เพรทเซล

ส่วนผสม ตัวแป้ง

แป้งขนมปัง 250 กรัม
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
ยีสต์แห้ง 2 ช้อนชา
นมสด (อุ่น) 130 กรัม
เนยจืด 30 กรัม
เกลือ 1/2 ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา 1 1/2 ช้อนชา
น้ำอุ่น 500 มิลลิลิตร

ส่วนผสม หน้ารสอัลมอนด์

น้ำผึ้ง
อัลมอนด์สไลซ์

ส่วนผสม หน้ารสชีส

เนยละลาย
ชีส

วิธีทำ

นำนมสดอุ่น (ย้ำ ! ว่าอุ่น ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวยีสต์จะตาย) ผสมกับยีสต์ และน้ำตาลทราย คนให้เข้ากัน วางทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที (เพื่อปลุกให้ยีสต์ตื่น)

ร่อนแป้งขนมปัง น้ำตาลทราย และเกลือ 1 รอบ พักไว้

นำส่วนผสมยีสต์มาผสมกับส่วนผสมแป้งคนให้พอเข้ากัน

ใช้เครื่องตีแป้งนวดจนแป้งไม่ติดก้นชามผสม (แต่ไม่ต้องขนาดว่ายืดได้เป็นฟิล์มบาง ๆ) ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

นำแป้งโดว์ใส่ชาม (อย่าลืมทาไขมันรอบ ๆ ชามก่อน แล้วค่อยนำแป้งโดว์ที่นวดได้ใส่ลงไป) แล้วทาไขมันรอบ ๆ แป้งโดว์ คลุมด้วยพลาสติกถนอมอาหารเพื่อไม่ให้อากาศเข้า พักไว้อีก 1 ชั่วโมงเพื่อให้แป้งขึ้นฟู (วางพักไว้ที่อุณหภูมิห้อง)

หลังจากพักแป้งครบ 1 ชั่วโมง แป้งโดว์ฟูขึ้นมาเป็น 2 เท่า

นำแป้งโดว์มาแบ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ ก้อนละประมาณ 40 กรัม เสร็จแล้วคลึงแป้งเป็นเส้นยาวแล้วนำมาพันเป็นสัญลักษณ์ของเพรทเซล โดยจับปลายทั้งสองด้านเข้าหากัน  พันตรงกลาง 1 ครั้ง
นำส่วนปลายของเพรทเซลมาแปะไว้ที่ด้านล่างของตัวขนม พอทำเสร็จแล้วพักไว้ที่อุณหภูมิห้อง

นำแป้งเพรทเซลมาจุ่มกับน้ำอุ่นที่ผสมเบกกิ้งโซดา ใช้เวลาประมาณ 5 วินาที (เคล็ดลับนี้ช่วยทำให้สีขนมเข้มและสวยขึ้น) ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนครบทุกชิ้น

ทาถาดด้วยไขมัน วางทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที แล้วจึงนำเพรทเซลมาวางพักไว้ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที

วิธีทำหน้าอัลมอนด์

ทาน้ำผึ้งบนตัวของเพรทเซลก่อนแล้วโรยด้วยอัลมอนด์สับปริมาณตามชอบ

วิธีทำหน้าชีส

ทาเนยละลายบนเพรทเซลแล้วโรยชีสลงไปปริมาณตามชอบ

เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 210 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 10 นาที จากนั้นนำเพรทเซลโรยอัลมอนด์และแบบแป้งเปล่าเข้าเตาอบ ประมาณ 10-15 นาที อบนานไปหน่อย (18 นาที) ค่อนข้างกรอบแต่ก็อร่อยดี

ขนมตัวนี้อาจจะใช้เวลานานไปหน่อยแต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอยนะคะ อร่อย แถมประหยัดกว่าซื้อจากร้านเป็นไหน ๆ ยังไงก็ฝากเมนูนี้ไว้ให้กับเพื่อน ๆ ทำในวันว่างวันหยุดด้วย รับรองคุ้มค่ามากค่า ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ

เอแคลร์

ส่วนผสม แป้งชูส์

• เนยสด (ชนิดจืด) 90 กรัม
• นมสด 100 กรัม
• น้ำเปล่า 100 กรัม
• น้ำตาลทรายป่นละเอียด 1+1/2 ช้อนชา (ตราลิน)
• แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1+1/4 ถ้วย
• ไข่ไก่ 3-4 ฟอง
• เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
• น้ำตาลไอซิ่ง เล็กน้อย (ตราลิน)
• หัวบีบขนาด 4B

หมายเหตุ : เชฟบอกว่า น้ำตาลไอซิ่งมี 2 แบบ ให้เลือกใช้แบบที่มีส่วนผสมของแป้งข้าวโพด ซึ่งฝรั่งจะเรียกว่า สโนว์ไอซิ่ง

ขั้นตอนที่ 1: ทำแป้งชูส์ (เชฟสอนให้ใช้พายยางเท่านั้นค่ะ ห้ามใช้ตะกร้อมือเด็ดขาด)

• ใส่เนยสด นมสด น้ำเปล่า น้ำตาลทราย และเกลือลงไปในหม้อ ต้มด้วยไฟปานกลางจนเนยละลายและส่วนผสมเริ่มเดือดเล็กน้อย
• ใส่แป้งสาลีอเนกประสงค์ลงไปคนให้เข้ากันโดยที่ไม่ปิดไฟ วิธีดูว่าแป้งใช้ได้หรือยังให้ดูว่าแป้งล่อนไม่ติดหม้อเป็นอันใช้ได้ (ถ้าใช้หม้อเคลือบเทฟลอนจะกะลำบากมาก)
• จากนั้นเทส่วนผสมแป้งลงในชาม ค่อย ๆ เติมไข่ไก่ที่ตีให้เข้ากันแล้วลงไป (อย่าใส่ทีเดียวนะคะ บางทียังเทไข่ยังไม่หมด แต่ส่วนผสมแป้งก็ได้ที่แล้ว) คนจนส่วนผสมแป้งได้ที่
• วิธีดูว่าส่วนผสมแป้งได้ที่หรือยังให้คอยสังเกตว่าส่วนผสมแป้งจะขึ้นเงา โดยทดลองตักส่วนผสมแป้งขึ้นมาปริมาณเยอะ ๆ แล้วปล่อยให้ไหลลงมาจะปรากฏเป็นรูปสามเหลี่ยมหัวคว่ำ ตามรูปด้านล่างตรงกลาง
• ค่อย ๆ บีบส่วนผสมแป้งลงไปในถาดเรียงให้สวยงาม  โรยน้ำตาลไอซิ่งลงไป เพื่อให้อบออกมาแล้วมีสีสวย (หรือใช้ไข่ไก่ผสมน้ำเปล่าตีพอแตกทาก็ได้ค่ะ)

หมายเหตุ : ตอนทำเอแคลร์ที่เลอ กอร์ดอง เบลอ เรียนอยู่ในห้องแอร์ ดังนั้นพอยกส่วนผสมแป้งลงจากเตาสักครู่ก็เย็นลงแล้ว แต่คราวนี้ทำในห้องครัวที่ไม่ได้เปิดแอร์ ดังนั้นอากาศจึงร้อนควรรอให้ส่วนผสมแป้งคลายความร้อนเหลือแค่อุ่น ๆ จึงค่อยใส่ไข่ไก่ (ถ้าใส่ไข่ไก่ตอนส่วนผสมแป้งยังร้อนอยู่จะทำให้ไข่ไก่สุกและส่วนผสมแป้งจะดูดไข่มากเกินไป ทำให้แป้งชูส์ที่อบออกมาเนื้อหยาบและไม่พอง มีลักษณะฟีบมาก ๆ)

ขั้นตอนที 2: อบแป้งชูส์

• นำเข้าเตาอบอุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (เชฟสอนมาแบบนั้น แต่ทว่าเตาเราเล็กกว่าเลยปรับไฟแรงแค่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส และลดเวลาลงเป็น 30 นาที)

หมายเหตุ : เชฟบอกว่าเวลาอบ เราควรเปิดฝาเตาอบแง้มนิด ๆ เพื่อระบายความชื้นออกมา ถ้าความชื้นสูงจะทำให้เอแคลร์ไม่สวย (เราลองไม่แง้มไว้ปรากฏว่าเอแคลร์ไม่พอง ฟีบหมดเลย จึงทดลองแง้มเตา 2 รอบ ออกมางาม 2 รอบ และทดลองไม่แง้มเตาอีก 2 รอบ ก็ฟีบทั้ง 2 รอบ)

• พอเสร็จแล้วก็นำเอแคลร์มาวางบนตะแกรงพักไว้ให้เย็น (เชฟบอกว่าควรวางไว้ในอุณหภูมิห้อง แต่เป็นอุณหภูมิห้องของฝรั่ง หรือก็คือห้องแอร์ในไทย แต่เราวางไว้ในห้องที่ไม่ได้เปิดแอร์)

หมายเหตุ : ไม่ควรใส่ส่วนผสมไส้ตอนเอแคลร์ยังมีอุณหภูมิร้อน เพราะจะทำให้เสียง่าย พอเอแคลร์เย็นแล้วควรรีบใส่ไส้ อย่าทิ้งไว้นาน เพราะจะทำให้แป้งชูส์ฟีบ โพรงข้างในเอแคลร์หาย บีบไส้ไม่ได้

ขั้นตอนที่ 3: ทำไส้คัสตาร์ดกล้วย

ส่วนผสม ไส้คัสตาร์ดกล้วย (ใช้ตะกร้อมือ)

• ผงเจลาติน 1 ช้อนชา
• น้ำเปล่า (สำหรับละลายเจลาติน) 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทรายป่นละเอียด 1/3 ถ้วยตวง (ตราลิน)
• กล้วยหอม 1 ลูก
• น้ำมะนาว 1/2 ช้อนชา (ใส่เพื่อไม่ให้กล้วยเปลี่ยนสี)
• น้ำเปล่า (ใส่พร้อมกล้วย) 1/4 ถ้วยตวง
• เนยสด (ชนิดจืด) 1/4 ถ้วยตวง
• ผงชาไทย 1 ช้อนโต๊ะ
• ไข่ไก่ 2 ฟอง
• ผงคัสตาร์ด 1 ช้อนชา

วิธีทำไส้คัสตาร์ดกล้วย

• นำผงเจลาตินผสมน้ำเปล่า คนให้เข้ากัน แล้วนำเข้าไมโครเวฟที่อุณหภูมิ 800 วัตต์ ใช้เวลาประมาณ 15 วินาที เสร็จแล้วพักไว้
• บดกล้วยหอมกับน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน
• ใส่กล้วยบด เนยสด น้ำเปล่า น้ำตาลทราย 1/2 ของปริมาณที่เตรียมไว้ และผงชาไทย ลงในหม้อ เปิดไฟปานกลางรอจนเนยละลาย
• ระหว่างรอเนยละลาย ให้หันมาตอกไข่ใส่ชาม ใส่น้ำตาลทรายส่วนที่เหลือลงไปคนให้เข้ากัน ใส่ผงคัสตาร์ดลงไป คนให้เข้ากัน พักไว้

ขั้นตอนที่ 4

• พอส่วนผสมเนยเดือดก็ยกมาเทลงในส่วนผสมไข่ (คนพร้อม ๆ กับเทส่วนผสมเนยลงไป)
• เทลงหม้ออีกครั้งใช้ไฟปานกลาง คนไปเรื่อย ๆ จนเริ่มข้น แล้วจึงใส่น้ำเจลาตินลงไป
• กรองด้วยตะแกรง ใช้พายยางบดให้ส่วนผสมไหลลงมา
• เทใส่พลาสติกถนอมอาหาร นำไปแช่ในตู้เย็น (เป็นวิธีการทำให้ส่วนผสมเย็นลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เชื้อโรคไม่เติบโตมาก)

หมายเหตุ : คนพอส่วนผสมไส้ข้นขึ้นเท่านั้น อย่าคนนานเกินไป เพราะว่าส่วนผสมจะจับตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ ทำให้เนื้อเอแคลร์ไม่เนียนค่ะ

วาฟเฟิล

สิ่งที่ต้องเตรียม

ไข่ไก่  1 ฟอง
นมสด 1 ถ้วย
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
เนยสดละลาย 50 กรัม
กลิ่นวานิลลา เล็กน้อย
แป้งอเนกประสงค์ 100 กรัม
ผงฟู 1 ช้อนชา
เบคกิ้งโซดา 1/2 ชช.
เกลือป่น เล็กน้อย
ครีมออฟทาร์ทาร์ เล็กน้อย
น้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้งตามชอบ (สำหรับราด)

ขั้นตอนการเตรียม

แยกไข่แดงกับไข่ขาวออกจากกัน

ผสมนมสดกับน้ำมะนาวเข้าด้วยกัน

เปิดเตาอบวาฟเฟิลเตรียมไว้

ขั้นตอนการผสมแป้งวาฟเฟิล

ตีผสมนม (ที่ผสมน้ำมะนาว) กับเนยละลาย และไข่แดงให้เข้ากัน ใส่กลิ่นวานิลาลงไปตีผสมด้วยเล็กน้อย

ร่อนแป้ง ผงฟู เบคกิ้งโซดา และเกลือป่นลงไปในส่วนผสมของเหลว

ตีผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียวและไม่เป็นเม็ด เตรียมไว้

ตีไข่ขาวกับครีมทาร์ทาร์จนเป็นฟองละเอียดแล้วใส่น้ำตาลทรายลงไป ตีจนไข่ขาวตั้งยอดอ่อน จากนั้นนำไปตะล่อมกับส่วนผสมแป้งที่เตรียมไว้ให้เข้ากัน

พอเตาวาฟเฟิลร้อนแล้ว ตักส่วนผสมหยอดลงไป (ปริมาณแล้วแต่ชอบ) อบจนสุก (หมอกอบชิ้นไม่ใหญ่มากนะคะ ได้มา 12 ชิ้นเลยค่ะ) แกะออกจาเตา จัดใส่จาน ราดด้วยน้ำเชื่อมตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

โดนัทไส้แยมสตรอว์เบอร์รี

ส่วนผสม โดนัท

◆ แป้งอเนกประสงค์ 1+1/2 ถ้วยตวง (ถ้วยตวงที่ใช้อยู่สามารถตวงแป้งได้ 133 กรัมค่ะ)
◆ น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วยตวง (57 กรัม)
◆ เกลือ 1/4 ช้อนชา
◆ ยีสต์ผง 1 ซอง (7 กรัม)
◆ นมอุ่น 2/3 ถ้วยตวง
◆ น้ำมันคาโนล่า 3 ช้อนโต๊ะ
◆ ไข่แดง 2 ฟอง
◆ กลิ่นวานิลลา 1/2 ช้อนชา
◆ แป้งอเนกประสงค์ (สำหรับเติมและโรยตอนนวด) 1/2 ถ้วยตวง (66 กรัม)
◆ แยมสตรอว์เบอร์รี (หรือแยมอื่น ๆ ที่เราชอบ) 1 ถ้วยตวง
◆ เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ
◆ น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วยตวง

วิธีทำโดนัท

◆ ผสมแป้งอเนกประสงค์ (1 1/2 ถ้วยตวง) กับน้ำตาลทราย เกลือ และยีสต์เข้าด้วยกันในโถผสม คนให้เข้ากัน เตรียมไว้

ผสมนมอุ่น น้ำมันคาโนล่า ไข่แดง และกลิ่นวานิลลา คนผสมเข้าด้วยกัน เตรียมไว้

เทส่วนผสมของเหลวลงในส่วนผสมของแห้ง คนผสมเล็กน้อยแล้วใช้หัวตีตะขอ ตีส่วนผสมด้วยความเร็วสูงสุด นาน 2 นาที ถ้าแป้งยังเหลวอยู่ให้เติมแป้งลงไปอีก 1/4 ถ้วย นวดจนแป้งเริ่มไม่ติดมือ

โรยแป้งลงบนโต๊ะที่จะนวดแป้งเล็กน้อย นำแป้งออกจากโถแล้วนวดด้วยมือต่อ นวดไปอีกประมาณ 50 ครั้ง (หากแป้งติดมือให้โรยแป้งเพิ่ม)

พักแป้งไว้ 10 นาที จากนั้นเตรียมถาดสำหรับอบ รองด้วยแผ่นซิลิโคน หรือกระดาษรองอบ โรยแป้งลงไปเล็กน้อยเพื่อกันติด

พอพักแป้งครบ 10 นาที แป้งจะฟูขึ้นบ้างแล้ว โรยแป้งลงบนโต๊ะอีกครั้ง นวดแล้วแผ่แป้งออกให้หนาประมาณ 1/2 นิ้ว

ใช้พิมพ์ตัดแป้งวงกลมขนาด 3 นิ้ว ตัดแป้งออกแล้ววางเรียงไว้บนถาดที่เตรียมไว้ จากนั้นคลุมแป้งด้วยผ้า พักไว้อีก 45 นาที พอพักแป้งครบ 30 นาที (15 นาทีสุดท้าย) ให้เตรียมเปิดเตาอบรอไว้เลย ใช้ไฟบน 180 องศาเซลเซียส และใช้ไฟล่างที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส (แล้วแต่เตาอบด้วยนะไฟอาจไม่เท่ากัน)

เมื่อพักแป้งจนครบเวลาแล้วจะเห็นว่าแป้งขึ้นฟูสวยงาม พร้อมเข้าอบแล้ว จากนั้นนำเข้าอบประมาณ 12 นาที

เตรียมแยมสตรอว์เบอร์รีใส่ถุงบีบให้พร้อม

เมื่อโดนัทอบสุกแล้ว นำออกจากเตามาทาเนย (จะละลายเนยไว้ก่อนหรือทาเหมือนในรูปก็ได้ค่ะคือขี้เกียจไปละลาย)

นำไปคลุกน้ำตาลทราย (คลุกตอนที่กำลังร้อนเลย) แล้ววางพักบนตะแกรง

เจาะรูขนมด้วยไม้เสียบลูกชิ้น

แล้วบีบไส้แยมที่เตรียมไว้ใส่เข้าไปในโดนัท

หมายเหตุ : หัวบีบอันนี้เล็กไป บีบไม่ออกเลยต้องเปลี่ยน ใครมีเบอร์ 5 มิลลิเมตร ก็น่าจะพอดี เราไม่มี มีแต่ 8 มิลลิเมตร ซึ่งใหญ่ไปนะ แต่ใช้อันนี้แหละ

บราวนี่

ส่วนผสม

แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1/2 ถ้วย
ผงโกโก้ 1/6 ถ้วย
ผงฟู 2 ช้อนชา
ไข่ไก่ 2 ฟอง
เนยสด 60 กรัม
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
ช็อกโกแลต 175 กรัม
กาแฟ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

ละลายเนยสดกับช็อกโกแลตโดยใช้ไมโครเวฟกำลังไฟ 600 วัตต์ ละลายครั้งละ 30 วินาที ประมาณ 3 ครั้ง

นำส่วนผสมออกจากไมโครเวฟแล้วคนจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว พักไว้จนเย็น

พอส่วนผสมช็อกโกแลตละลายเย็นดีแล้ว ตอกไข่ไก่ ใส่น้ำตาลทราย และผงกาแฟลงในอ่างผสม

ตีจนส่วนผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

ใส่ส่วนผสมช็อกโกแลตละลายที่เย็นแล้วลงไป คนจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู และช็อกโกแลตลงไป

ตีจนส่วนผสมเข้ากันเป็นเนื้อเดียว

กรุกระดาษไขลงไปในหม้อหุงข้าวก่อนนะคะ ค่อย ๆ เทส่วนผสมลงไป (ตามด้วยอัลมอนด์สไลซ์) จากนั้นกดปุ่มหุงข้าวเลยค่ะ

ถ้าหม้อหุงข้าวมีโปรแกรมหุงเค้กก็กดปุ่มหุงเค้กได้เลยค่ะ ส่วนถ้าเป็นหม้อข้าวธรรมดาก็กดปุ่มหุงข้าวปกติเลย ถ้าปุ่มมันตัดก็รอให้หม้อเย็นแล้วกดปุ่มหุงใหม่ อย่าลืมกดปุ่มนะคะ ไม่เช่นนั้นเนื้อบราวนี่จะเป็นไตนะคะ

การสังเกตว่า บราวนี่สุกหรือยังให้ใช้ไม้จิ้มฟันทิ่มลงไปในเนื้อบราวนี่ ถ้าไม่มีเนื้อบราวนี่ติดไม้ขึ้นมาก็แสดงว่าสุกแล้วค่ะ

นำบราวนี่ที่สุกแล้วออกจากหม้อหุงข้าว พักไว้บนตะแกรง

เสร็จแล้วค่ะ ไม่ยากเนอะ ลองทำกันดูนะคะ ตัดเป็นชิ้น ๆ

น้ำตาลทรายอัดก้อนรูปหัวใจฟรุ้งฟริ้ง

สิ่งที่ต้องเตรียม

น้ำตาลทราย 2 ถ้วย
ไข่ขาว หรือเมอแรงค์เหลว 4 ช้อนชา (ผงเมอแรงค์ 1 ช้อนชาผสมน้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ)
สีผสมอาหารตามชอบ

วิธีทำ

1. นำน้ำตาลทรายใส่ในชามผสมตามด้วยสีผสมอาหารเล็กน้อย จากนั้นผสมให้เข้ากันจนน้ำตาลเปลี่ยนสีจนทั่ว

2. เมื่อน้ำตาลทรายเปลี่ยนสีแล้วเติมไข่ขาวลงไปคนปสมให้เข้ากัน

3. นำน้ำตาลที่ผสมเสร็จแล้วเทใส่ถาดที่รองด้วยกระดาษรองอบ ปาดให้เป็นแผ่นบาง ๆ แล้วใช้พิมพ์รูปหัวใจกดให้เป็นเป็นชิ้น ๆ ตามต้องการ

4. จากนั้นใช้ลมร้อนเปาให้น้ำตาลทรายเกาะตัวกันจนเซตตัว พักทิ้งไว้จนน้ำตาลจับตัวกันเป็นก้อน จัดใส่ห่อให้สวยงาม

สตรอว์เบอร์รีสอดไส้ครีมชีสและโอรีโอ

สิ่งที่ต้องเตรียม

สตรอว์เบอร์รีสด 1 ปอนด์
มินิโอรีโอ 1 ห่อ
ครีมชีส (น้ำหนัก 8 ออนซ์) 2 ห่อ (พักทิ้งไว้จนนิ่ม)
น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วย
กลิ่นวานิลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
มินิโอรีโอ้ หรือ แครกเกอร์แบบแท่งตามชอบ (ตกแต่ง)

วิธีทำ

1. ทำความสะอาดสตรอว์เบอร์รีแล้วคว้านเนื้อด้านในด้วยมีดแกะสลักให้เป็นถ้วย ตัดที่ส่วนปลายลูกเล็กน้อยเพื่อให้ลูกสตรอว์เบอร์รี่ตั้งได้ เตรียมไว้

2. บดโอรีโอให้ละเอียดแล้วนำครีมชีส 1 ส่วน ใส่ลงไปผสมให้เข้ากัน

3. ตักโอรีโอชีสเค้กใส่ลงในสตรอว์เบอร์รี พักไว้

4. ผสมครีมฃีสที่เหลือกับน้ำตาลทราย และกลิ่นวานิลา ตีให้เข้ากันจนเป็นเนื้อฟู

5. ตักครีมชีสใส่ถุงบีบครีมแล้วบีบลงบนสตรอว์เบอร์รีที่เตรียมไว้

6. นำไปแช่ตู้เย็นจนเซตตัว ก่อนเสิร์ฟแต่งด้วยมินิโอรีโอ้ด้านบน และควรจะรีบเสิร์ฟภายใน 4 – 5 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้สตรอว์เบอร์รี่แข็งตัว

แพนเค้กรูปหัวใจลายลูกไม้

สิ่งที่ต้องเตรียม

แป้งสำหรับทำแพนเค้ก 1 ถ้วย
ไข่ไก่ 1 ฟอง
นมสด 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1/8 ช้อนชา
เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

1. ตีผสมแป้งกับส่วนผสมทั้งหมดในชามผสม ตีให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียน จากนั้นเทแป้งใส่ขวดสำหรับบีบ

2. นำกระเทฟลอนก้นแบนขึ้นตั้งไฟให้ร้อนพอประมาณ จากนั้นบีบแป้งแพนเค้กเป็นลวดลายที่ต้องการลงในกระทะ

3. ทอดทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที จนแป้งกลายเป็นสีเหลืองทอง แล้วกลับด้านเพื่อให้สุกทั่วทั้งชิ้น จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ